บนรถไฟสายกลับบ้าน

บนรถไฟสายกลับบ้าน

เที่ยวขึ้น


แล้วเสียงหวูดก็แผดก้องร้องโหยหวน
จึงต่างล้วนลงนั่งตรงกับที่
อีกมินานรถไฟขบวนนี้
จะตรงรี่ปรี่ไปมหานคร

นั่นหนุ่มสาวใบหน้าเจ้าเปื้อนยิ้ม
หัวใจปริ่มคิดถึงฝันเมื่อวันก่อน
ว่าต้องจำจากนาลาจากจร
หางานผ่อนที่นาคืนบ้านเรา

นั่นนางน้อยถือตะกร้าไปหาลูก
ที่พันธ์ผูกตั้งแต่เล็กบ้านหลังเก่า
ไปศึกษามิกลับมาเนิ่นนานเนา
เป็นอย่างไรบ้างเจ้าจักไปเยือน

นั่นตาสีกับกระสอบข้าวใบใหญ่
ลูกสาวคงอิ่มใจไร้ใดเหมือน
ได้ลิ้มข้าวจากบ้านนาเหมือนคอยเตือน
มิให้เลือนบ้านเราชาวบ้านนา

นั่นจันทร์เพ็ญสาวงามในหมู่บ้าน
ออกไปตามสัญญาเสน่หา
ของชายหนุ่มสุดรักสุดแก้วตา
บอกเดือนสี่เดือนห้าวิวาห์กัน

เที่ยวล่อง


แว่วเสียงหวูดรถไฟสายกลับบ้าน
อีกมินานต้องจากเมืองสวรรค์
เสียล่ำลาภายใต้แสงแห่งจันทร์
ถี่กระชั้นก่อนจากคืนบ้านนา

นั่นชายหนุ่มใบหน้าช่างหงอยเหงา
ยืนหน้าเศร้าใกล้ใกล้หญิงคนบ้า
ด้วยว่าตั้งแต่จากบ้านนามา
งานก็หามิได้ซ้ำถูกลวง

เขาถูกลวงเธอถูกละเมิดสิทธิ์
ด้วยชีวิตคิดว่าจะโชติช่วง
แต่ภาพฝันกลับมลายสลายทรวง
เธอถูกปวงยักษาเข้าย่ำยี

นั่นนางน้อยก้มหน้าน้ำตาหลั่ง
หวังจะเจอะลูกซักครั้งเจ้ากลับหนี
ทอดทิ้งแม่จากไปมิใยดี
เหลือโกศน้อยใบนี้แทนคำลา

นั่นตาสีกับลูกสาวพ่วงด้วยหลาน
เด็กน้องส่งตาหวานคล้ายถามหา
ว่าพ่อหนูอยู่ไหนเล่าคุณตา
ไยเหลือแต่มารดาไม่เข้าใจ

นั่นจันทร์เพ็ญสาวงามนั่งซุกหน้า
เพราะพี่ยาเจอะเจอรักคนใหม่
จึงตัดทิ้งสัญญามิเหลือใย
เคยหลงใหลกลับทำเป็นลืมเลือน

รถไฟเที่ยวต่อไป


นี่อาจเพียงเศษเสี้ยวของเรื่องเล่า
เป็นเรื่องราว เรื่องเศร้าคล้ายภาพเหมือน
เป็นตำนาน เป็นนิทานคอยย่ำเตือน
ให้เสมือนเตือนใจใครผ่านมาฯ

๙ พฤษภาคม ๒๕๕๑
๑๐.๔๘ น.
บ้านริมถนนสุโขทัย

ใส่ความเห็น